
ข้าว
ข้าวเป็นอาหารหลักที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรสยามและอาณาจักรล้านนามาแต่ครั้งโบราณกาล ชาวล้านนา ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่ 8 จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย มีวัฒนธรรมการปลูกข้าวแบบเดียวกัน ข้าวที่ปลูกนั้นจะเป็นข้าวชนิดข้าวเหนียว โดยเป็นอุตสาหกรรมภายในครัวเรือน สมาชิกทุกคนจะมีหน้าที่ดำนา หว่านข้าว เกี่ยวข้าว และขนใส่เกวียนเทียมวัวเพื่อนำไปเก็บใน "หลองข้าว" หรือยุ้งข้าวนั้นเอง
"หลองข้าว" หรือ "ยุ้งข้าว"
หลองข้าวคือยุ้งฉางที่เป็นที่รู้จักดีในหมู่ชาวล้านนา สามารถใช้ประโยชน์ได้เอนกประสงค์ หลองข้าว กลายมาเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยม ซึ่งตอบสนองความต้องการการใช้ประโยชน์ของวิถีชีวิตชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี ยุ้งข้าวนั้นมีด้วยหลากหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ปัจจัยสำคัญที่สุดที่คำนึงในการสร้างยุ้งข้าวคือ เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่งและสถานภาพทางเศรษฐกิจของเจ้าของ ขนาดของยุ้ง จะใหญ่โตเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวนของสมาชิกในครอบครัว ครอบครัวขนาดเล็ก ซึ่งมีนาข้าวจำนวนไม่มากนัก ก็จะปลูกยุ้งขนาดเล็กประมาณ 4-6 แถว ครอบครัวที่มีขนาดใหญกว่า อาจปลูกยุ้งขนาดใหญ่ถึง 8-12 แถว
ในอดีต ชาวนามีการจ้างแรงงานรายวันเพื่อช่วยเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อนำไปขายทีละเป็นจำนวนมากให้กับพ่อค้าคนกลาง ผู้ซึ่งจะทำการขนส่งข้าวไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง โดยชาวนาจะเก็บข้าวเปลือกไว้จำนวนหนึ่ง ให้มีความเพียงพอต่อการบริโภคของครอบครัวตลอดทั้งปี โดยข้าวเปลือกส่วนนี้จะถูกเก็บไว้ในยุ้งข้าวนั่นเอง แต่ในปัจจุบัน บทบาทของยุ้งข้าวในการเก็บข้าวเปลือกนั้นได้หมดความสำคัญลงไปแล้ว ชาวนาในปัจจุบัน จะขายข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดให้กับพ่อค้าคนกลาง แล้วซื้อข้าวสารเพื่อมาบริโภค ยุ้งข้าวจำนวนมากมายจึงถูกรื้อถอนออกหรือขายเป็นเศษไม้ เพราะชาวนาหมดความจำเป็นที่จะต้องใช้มันอีกต่อไป และที่น่าเศร้า "หลองข้าว"ของชาวล้านนานั้นก็กำลังค่อยๆสาบสูญไปจากอาณาจักรล้านนาและเมืองเชียงใหม่เช่นกัน ที่เฟิร์นพาราไดส์ เราภูมิใจที่ยังสามารถเก็บตัวอย่างมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ชนิดนี้ไว้ให้คุณได้ชม
"เฟิร์น"
เฟิร์น เป็นหนึ่งในพืชตระกูลเก่าแก่ที่มีชีวิตอยู่มาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์กว่า 405 ล้านปีมาแล้ว ผู้คนทั่วโลกปลูกเฟิร์น และมีการต่อตั้งองค์กรและสมาคมมากมายหลายแห่งเพื่อทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ มีเว็บไซต์มากมาย ที่นำเสนอข้อมูลและบทความเกี่ยวกับเฟิร์นให้แก่ผู้ปลูกเฟิร์นและผู้สนใจ ให้สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับเฟิร์นได้โดยง่าย นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการและการประกวดเฟิร์นในหลากหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ
ด้วยความผูกพันอันหนาแน่นกับทั้ง "หลองข้าว" และ "เฟิร์น" รวมทั้งความปรารถนาที่จะอนุรักษ์และนำทั้งสองสิ่งให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง บ้านสวนสันทราย จึงนำทั้งสองสิ่งมารวมไว้อยู่ในที่เดียวกัน ด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การผสานทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยส่งต่อจิตวิญญาณสถาปัตยกรรมล้านนา และความงามของเฟิร์นของเมืองไทย ไปสู่สายตาของผู้มาเยือนชาวต่างชาติ ในการมาเยือนบ้านสวนสันทราย คุณสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซื้อขายเฟิร์น และผ่อนคลายในหลองข้าวที่เราฟื้นฟูและอนุรักษ์ไว้ เพื่อสื่อถึงขนบประเพณีโบราณอันไร้กาลเวลา
ริเวอร์บาร์น : บริเวณชั้นล่างคือแผนกต้อนรับ ที่ชั้นบน มีบริการเชื่อมต่ออินเตอร์เนท
ริเวอร์ซิทติ้งแอเรีย : เป็นบริเวณเปิดโล่ง บริการอาหารเช้าและอาหารค่ำ ตั้งอยู่ติดธารน้ำ ให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการพายเรือเล่น
เฟิร์นเฮ้าส์: อาคารหลังใหญ่ ขนาด 14 x 20 เมตร สำหรับจัดแสดงเฟิร์นทุกสายพันธุ์
กรีนเฮ้าส์ : อาคารขนาด 4.50 x 9 เมตร สำหรับเพาะเฟิร์น
บริเวณจอดรถ : ถนนปูพื้นบริเวณส่วนหน้าของเฟิร์นพาราไดส์ คือบริเวณสำหรับจอดรถใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงได้จำนวนถึง 20 คัน
ถนนภายในบริเวณของเฟิร์นพาราไดส์: ถนนปูพื้นที่สามารถใช้เป็นเส้นทางสำหรับวิ่งออกกำลังกายในยามเช้าหรือยามเย็น หรือจะเดินเล่นเป็นระยะทาง 500 เมตร
ทางเชื่อม : ทางเดินโรยกรวดพื้นเรียบ มีการตกแต่งด้วยเฟิร์นนานาชนิดตลอดบริเวณทางเดินนี้
ห้องพัก
:: ห้อง Deluxe ::
:: ห้อง Suite Barn ::
สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ
|
|
||
|
|
แผนที่
